แสง

แสงคือรังสีที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งแสงเดินทางเป็นเส้นตรง
เมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลางต่างๆ อัตราเร็วของแสงจะเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอัตราเร็วของแสงในสุญญกาศ(อัตราเร็วปกติ) = 3 x 10^8 km/h

สเปกตรัม
   คือแสงสีต่างๆที่รวมกันจนเป็นแสงขาวอย่างที่เห็นในอากาศโดยสีต่างๆจะมีความยาวคลื่นต่างกัน
- เมื่อแสงเดินทางผ่านตัวกลาง จะทำให้อัตราเร็วของแสงเปลี่ยน และจากกฎ
ของsnell จะพบว่าเมื่ออัตราเร็วเปลี่ยน รังสีที่มีความยาวคลื่นต่างกันก็จะหักเหออกมาในมุมที่ต่างกันทำให้เห็นเป็นสีต่างๆเรียกว่าสเปกตรัม
-นอกจากนี้สเปกตรัมยังสามารถเกิดจากการแทรกสอดของแสงได้ด้วย

การแทรกสอดของแสง

เมื่อแสง 2 ตำแหน่งมาชนในแนวขนานกัน แสงจะเกิดการแทรกสอด โดยจะเห็นแสงที่แทรกสอดเป็นแถวดำ(node) ขาว(anti node)สลับกัน
ภายหลังได้มีการคิดเครื่องมือที่ทำให้แสงเกิดการแทรกสอดเรียกว่า สลิต ซึ่งมี 2ประเภท คือ เดี่ยวและคู่

- สลิตคู่
ถ้าแสงผ่านสลิตคู่แล้วเกิดแถบสุดท้ายเป็นแถบสว่าง จะใช้สมการ d sino = n λ

ถ้าสุดท้ายเป็นแถบมืด d sino = (n-0.5) λ

- สลิตเดี่ยว
มืดอยุท้าย      d sino = n λ

สว่างอยุท้าย    d sino = (n+0.5) λ

*ถ้าหากเราไม่อยากจำ n กับ n+-0.5 เราสามารถใช้วิธีนับ λ ได้ โดยระยะห่างระหว่างแถบมืดกับสว่างจะห่างกัน0.5λ(ดังนั้นแถบสว่างกับสว่างหรือมืดกับมืดก็จะห่่งกัน1 λ )  ดังนั้นเราจึงสามารถนั่งบวกทีละ 0.5 λ ทีละแถบ ไปได้เลยและนำไปแทน dsino = ?λ

- เกรตติง
เกรตติงประกอบไปด้วยจุดเล็กมากมาย

ในการคำนวนเราจึงต้องหาdก่อน โดยหาจากการนำจำนวนจุดxระนะแต่ละจุด
เมื่อได้dมา เราก็ใช้สูตรเดียวกับสลิตคู่หรือจะนั่งนับก็ได้
ซึ่งเกรตติงสามารถทำให้เกิดสเปกตรัม
ซึ่งการคำนวนจึงใช้แค่ dsino = λ เพราะสเปกตรัมเป็น1 λ อยู่แล้ว

* d หมายถึงระยะห่างระหว่างจุดเกิดคลื่น